นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
(Personal Data Protection Policy)
บริษัท เป็นต่อ แคปปิตอล จำกัด
บริษัท เป็นต่อ แคปปิตอล จำกัด (“บริษัท”) ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จึงกำหนดให้มีการกำกับดูแลและบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม ปลอดภัย และสอดคล้องกับ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมถึงกฎหมายและหลักเกณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้อง บริษัทจึงขอแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ดังต่อไปนี้
คำนิยาม
“บริษัท” หมายความว่า บริษัท เป็นต่อ แคปปิตอล จำกัด
“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือโดยอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
“ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว” หมายความว่า ข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
“ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
“ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
1.ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม
1.1 ข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลอื่นๆ ที่บริษัทจะเก็บรวบรวม ประกอบด้วย
1.1.1 ข้อมูลส่วนตัว เช่น คำนำหน้าชื่อ ชื่อ-นามสกุล เพศ วันเดือนปีเกิด อายุ สัญชาติ สถานภาพ เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน ลายมือชื่อ ข้อมูลบนเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานราชการ เป็นต้น
1.1.2 ข้อมูลเพื่อการติดต่อ เช่น ที่อยู่ สถานที่ทำงาน หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล ชื่อหรือบัญชีเข้าใช้งานสำหรับการติดต่อสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ
1.1.3 ข้อมูลการศึกษาและการทำงาน เช่น ระดับการศึกษา อาชีพและสาขาอาชีพ ตำแหน่ง อายุงาน รายละเอียดงาน ประเภทธุรกิจ สัดส่วนการถือหุ้น และ/หรือข้อมูลบนเอกสารอื่นใดเพื่อยืนยันการประกอบธุรกิจ เช่น สัญญาเช่าสถานประกอบกิจการ
1.1.4 ข้อมูลเกี่ยวกับการเงินและการทำธุรกรรม เช่น เลขที่บัญชี ข้อมูลรายได้ แหล่งที่มาของรายได้ และค่าใช้จ่าย หนังสือรับรองเงินเดือน สลิปเงินเดือน/โบนัส หรือหลักฐานแสดงรายได้อื่นๆ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรและข้อมูลการเสียภาษีของบุคคล ประวัติการทำธุรกรรม ข้อมูลเครดิต ข้อมูลการชำระหนี้
1.1.5 ข้อมูลที่ปรากฎในเอกสารประกอบการทำธุรกรรม เช่น หนังสือรับรองบริษัท บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น หนังสือมอบอำนาจ หนังสือจดทะเบียนพาณิชย์
1.1.6 ข้อมูลทางเทคนิค อุปกรณ์ หรือเครื่องมือ เช่น ข้อมูลการใช้งานแอปพลิเคชัน IP address คุกกี้ รุ่นและประเภทของอุปกรณ์ เครือข่าย ข้อมูลการเชื่อมต่อ ข้อมูลทางเทคนิคอื่นๆ จากการใช้งานบนแพลตฟอร์ม และระบบปฏิบัติการ
1.1.7 ข้อมูลอื่นๆ ที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลยินยอมให้แก่บริษัท เช่น รายละเอียดเรื่องร้องเรียนหรือการออกความเห็น คำขอใช้สิทธิต่างๆ
1.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน ข้อมูลส่วนบุคคลที่กฎหมายกำหนดเป็นการเฉพาะ โดยบริษัทไม่มีเจตนาในการเก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าวจากเจ้าของข้อมูล หากแต่ในบางกรณี บริษัทอาจจำเป็นต้องเก็บรวบรวมเพื่อประกอบการให้บริการหรือผลิตภัณฑ์ เช่น ศาสนาตามสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ข้อมูลชีวภาพ (Biometric) ข้อมูลประวัติอาชญากรรม เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนต่อเมื่อได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูล หรือในกรณีที่บริษัทมีความจำเป็นตามกรณีที่กฎหมายอนุญาต โดยจะดำเนินการเป็นคราวๆ ไปเมื่อต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ต่อไปหากไม่กล่าวโดยเฉพาะเจาะจงจะเรียกข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนข้างต้น รวมกันว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล”
1.3 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ บริษัทไม่มีเจตนาในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง ผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ แล้วแต่กรณี หรือเป็นกรณีที่ผู้เยาว์สามารถให้ความยินยอมได้โดยลำพังตามกฎหมาย หรือมีฐานทางกฎหมายอื่นรองรับ (แล้วแต่กรณี) หากบริษัททราบว่ามีการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวโดยมิชอบ บริษัทจะดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลนั้นโดยไม่ชักช้า
1.4 ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามอื่นใด หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามแก่บริษัท เช่น ผู้ถือหุ้น กรรมการ ผู้มีอำนาจกระทำการแทน บุคคลในครอบครัว บุคคลอ้างอิง คู่ค้า ผู้ค้ำประกัน ผู้จำนอง ผู้ให้หลักประกัน ผู้รับผลประโยชน์ ผู้จัดการมรดก ผู้ติดต่อฉุกเฉิน หรือบุคคลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น ขอให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโปรดแจ้งให้บุคคลเหล่านั้นทราบเกี่ยวกับรายละเอียด และขอความยินยอมจากบุคคลเหล่านั้นหากจำเป็น หรือกำหนดฐานทางกฎหมายอื่นเพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทสามารถเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามเหล่านี้ได้
2.วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
2.1 เพื่อการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญา หรือเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา
ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการของบริษัทได้ตามความประสงค์ ซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาอยู่กับบริษัท หรือเพื่อใช้ในการดำเนินตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการของบริษัท
2.1.1 การพิจารณาอนุมัติ การให้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการต่างๆ เช่น การขอสินเชื่อ การทำประกันภัย ชำระเงินหรือทรัพย์สินใดๆ
2.1.2 การดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการให้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการต่างๆ เช่น การประมวลผล การติดต่อ การแจ้ง การร้องเรียน การมอบงานให้แก่บุคคลอื่นที่เป็นผู้ให้บริการภายนอก การโอนสิทธิ และ/หรือหน้าที่ การแจ้งเตือนชำระหนี้หรือต่ออายุผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการต่างๆ การติดตามทวงถามหนี้ ทั้งนี้กรณีที่บริษัทมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา การปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือเพื่อความจำเป็นในการเข้าทำสัญญา หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลปฏิเสธไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล หรือคัดค้านการดำเนินการประมวลผลตามวัตถุประสงค์ของกิจกรรม อาจมีผลทำให้บริษัทไม่สามารถดำเนินการหรือให้บริการตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอได้ทั้งหมดหรือบางส่วน
2.2 เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือใช้บังคับ
2.2.1 การปฏิบัติตามคำสั่งของผู้มีอำนาจตามกฎหมาย
2.2.2 การปฏิบัติตามกฎหมายภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย กฎหมายประกันวินาศภัย กฎหมายภาษีอากร กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กฎหมายการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง กฎหมายล้มละลาย และกฎหมายอื่นๆ ที่บริษัทจำเป็นต้องปฏิบัติตามทั้งของในประเทศไทยและต่างประเทศ รวมถึงประกาศและระเบียบที่ออกตามกฎหมายดังกล่าว ทั้งนี้ กรณีที่บริษัทจำเป็นต้องใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัท หรือการเข้าทำสัญญากับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทอาจไม่สามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (หรือไม่สามารถจัดหาผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต่อไป) หากบริษัทไม่สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อมีการร้องขอ
2.3 เพื่อการดำเนินงานที่จำเป็นภายใต้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น โดยไม่เกินขอบเขตที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถคาดหมายได้อย่างสมเหตุสมผล
2.3.1 การบันทึกเสียงทาง Call Center การบันทึกภาพ CCTV การแลกบัตรก่อนเข้าอาคาร
2.3.2 การรักษาความสัมพันธ์กับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การจัดการข้อร้องเรียน การประเมินความพึงพอใจ การดูแลเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยพนักงานของบริษัท การแจ้งเตือนหรือนำเสนอผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการต่างๆ ประเภทเดียวกันกับที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีอยู่กับบริษัทซึ่งเป็นประโยชน์กับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
2.3.3 การบริหารความเสี่ยง การกำกับตรวจสอบ การบริหารจัดการภายในองค์กร เพื่อการดังกล่าว ภายใต้นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลบริษัท
2.3.4 การทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
2.3.5 การป้องกัน รับมือ ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดการกระทำการทุจริต การผิดนัดชำระหนี้หรือผิดสัญญา การทำผิดกฎหมายต่าง ซึ่งรวมถึงการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อยกระดับมาตรฐานการทำงานของบริษัทในเครือกิจการ/ธุรกิจเดียวกันในการป้องกัน รับมือ ลดความเสี่ยง
2.3.6 การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของกรรมการ ผู้มีอำนาจกระทำการแทน ตัวแทน ของลูกค้านิติบุคคล
2.4 เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากการใช้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเลือกให้ความยินยอมไว้
2.4.1 เพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้รับผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการที่ดี และสอดคล้องกับความต้องการของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
2.4.2 เพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้รับข้อเสนอ สิทธิประโยชน์พิเศษ คำแนะนำ และข่าวสารต่าง ๆ รวมถึงสิทธิในการเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษ
ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ และ/หรือ บริการ สิทธิประโยชน์ ข่าวสาร หรือกิจกรรมพิเศษของบริษัทเอง หรือของบุคคลที่บริษัทเป็นตัวแทน นายหน้า ผู้จำหน่าย หรือของพันธมิตรทางธุรกิจ หรือของบุคคลภายนอกที่มีความเกี่ยวข้องกับบริษัท ตามแต่กรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้ความยินยอมไว้
2.5 ผลประโยชน์สาธารณะ เพื่อดำเนินการอันเป็นสาธารณประโยชน์ หรือเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐ หรือกรณีที่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมสำหรับดำเนินกิจกรรมบางอย่างในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะดำเนินการขอรับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับกิจกรรมดังกล่าวแยกต่างหาก
3.แหล่งที่มาและการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
3.1 แหล่งที่มาในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
3.1.1 เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง การเก็บรวบรวมข้อมูลตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ไว้แก่บริษัท หรือที่มีอยู่กับบริษัท ทั้งที่เกิดจากการสมัครใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัท ข้อมูลการร่วมกิจกรรมต่างๆ บนสื่อออนไลน์ของบริษัท หรือข้อมูลการใช้งานผ่านเว็บไซต์ คุ้กกี้ รวมถึงข้อมูลที่ได้จากการที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลติดต่อกับบริษัท
3.1.2 เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง เช่น การสืบค้นข้อมูลส่วนบุคคลผ่านระบบเว็บไซต์ หรือจากบุคคลที่สาม โดยบริษัทจะแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ แต่ต้องไม่เกิน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งดังกล่าว และได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น
3.2 การเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
3.2.1 บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมายที่ได้แจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ก่อนหรือขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น โดยบริษัทจะขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ก่อนหรือในขณะที่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่กรณีมีความจำเป็นตามที่กฎหมายกำหนด
3.2.2 การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว บริษัทจะขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ก่อนหรือขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย เว้นแต่กรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่นอนุญาตให้กระทำได้ เพื่อประโยชน์ในการปรับปรุงข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ ไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และเพื่อการพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพในการให้บริการของบริษัท
4.การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
การเปิดเผยข้อมูลของบริษัท อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นอย่างจำกัดให้แก่บุคคลภายนอก เช่น
4.1 การดำเนินการตามกฏหมายและคำร้องขอจากหน่วยงานรัฐบาล
4.1.1 คู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท
4.1.2 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
4.1.3 บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร)
4.1.4 หน่วยงานของรัฐซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น กรมบังคับคดี ศาล สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
4.2 การปฏิบัติงานเกี่ยวกับสัญญาที่มีกับลูกค้า
4.2.1 การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการรับสมัครลูกค้า
4.2.2 การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการให้เงินกู้แก่ลูกค้า
4.2.3 การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริหารบัญชี
4.2.4 การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการพิมพ์และส่งเอกสาร เช่น ใบแจ้งหนี้ รายงานประจำปี จดหมายทวงถามไปยังลูกค้า
4.2.5 การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการขนส่งและจัดเก็บใบสมัครของลูกค้า
4.2.6 การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการพัฒนา ใช้ และบำรุงรักษาระบบการบริหารข้อมูล สัญญา บัญชีของลูกค้า
4.2.7 ผู้ที่บริษัทโอนขายหนี้ของบริษัทให้เวลาโอนขายหนี้
4.3 การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการให้บริการลูกค้า
การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการปรับปรุงโฆษณาเกี่ยวกับการรับสมัครผ่านทางเว็บไซต์ให้มีความเหมาะสมมากที่สุด บุคคลที่สามที่บริษัทจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้นั้น อาจรวมถึงบุคคลและนิติบุคคลในต่างประเทศ ซึ่งมีการบังคับใช้กฏหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในระดับเดียวกับประเทศไทย หรือบุคคลและนิติบุคคลในต่างประเทศ ซึ่งไม่มีการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในระดับเดียวกับประเทศไทย
5. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไปยังผู้รับโอนข้อมูล หรือไปยังผู้รับข้อมูลอื่นซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจตามปกติของบริษัท เช่น การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปเก็บไว้บนแพลตฟอร์มคลาวด์หรือเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ
กรณีที่ประเทศปลายทางมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอ บริษัทจะดูแลให้มั่นใจว่าการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และจะดำเนินการให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เห็นว่าจำเป็นและเหมาะสมสอดคล้องกับมาตรฐานการรักษาความลับ
6. การเก็บรักษาและการทำลายข้อมูลส่วนบุคคล
การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ รวมถึงจะดำเนินการขอความยินยอมในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลจากเจ้าของข้อมูลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายอื่นที่กำหนด ดังนี้
ลัษณะการจัดเก็บ
เก็บเป็นเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษรและวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์
สถานที่จัดเก็บ
ในกรณีที่เป็นเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษร บริษัทจัดเก็บในห้องหรือตู้ที่ติดตั้งอุปกรณ์นิรภัย
ในกรณีที่เป็นวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ บริษัทจัดเก็บบนเซิร์ฟเวอร์ที่ติดตั้งในห้องที่ติดตั้งอุปกรณ์นิรภัย
การลบและทำลายข้อมูลส่วนบุคคล
การลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นระยะเวลาการจัดเก็บ หรือเมื่อไม่มีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลแล้ว บริษัทจะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ โดยจะดำเนินการด้วยวิธีการที่เหมาะสมกับประเภทของข้อมูล ดังนี้
– ข้อมูลส่วนบุคคลที่จัดเก็บเป็นเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษร จะทำลายภายใน 90 วัน นับแต่วันสิ้นสุดระยะเวลาจัดเก็บ
– ข้อมูลส่วนบุคคลที่จัดเก็บด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ จะทำลายภายใน 30 วัน นับแต่วันสิ้นสุดระยะเวลาจัดเก็บ
7. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็น เพื่อวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งได้ระบุไว้ในคำประกาศฉบับนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ใช้กำหนดระยะเวลาเก็บ ได้แก่ ระยะเวลาที่บริษัทยังมีความสัมพันธ์กับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และอาจเก็บต่อไปตามระยะเวลาที่จำเป็น เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายหรือตามอายุความทางกฎหมาย เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามกฎหมายหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อเหตุอื่นตามนโยบายและข้อกำหนดภายในของบริษัท กรณีที่ไม่สามารถระบุระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูล ส่วนบุคคลได้ชัดเจน บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลไว้เป็นระยะเวลา 10 ปี
8. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เข้มงวด และเหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีอำนาจหรือขัดต่อกฎหมาย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายและวิธีปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัท ในกรณีที่บริษัทให้หน่วยงานหรือบุคคลภายนอกดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแทนบริษัท บริษัทจะต้องกำหนดให้หน่วยงานหรือบุคคลภายนอกดังกล่าว เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นความลับ และรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว รวมถึงป้องกันมิให้นำข้อมูลส่วนบุคคลไปเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยเพื่อการอื่นใด โดยไม่มีอำนาจหรือโดยขัดต่อกฎหมาย
9. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
(1) สิทธิได้รับแจ้งรายละเอียดในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิรับทราบวัตถุประสงค์ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล บริษัทจะต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
(2) สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล โดยสามารถแจ้งให้บริษัททำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงมีสิทธิขอให้บริษัทเปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนดังกล่าวที่เจ้าของข้อมูลไม่ได้ให้ความยินยอม
(3) สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้บริษัทแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบัน ข้อมูลอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือเพิ่มเติมข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์
(4) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมกับบริษัทได้ตลอดระยะเวลา การเพิกถอนความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อการการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมไปแล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย
(5) สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้ ในระหว่างที่บริษัทตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้ถูกต้อง หรือขอให้บริษัทระงับการใช้แทนการลบข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อปฎิเสธการใช้สิทธิคัดค้านของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
(6) สิทธิในการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้บริษัทลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ เมื่อหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ หรือการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือการถอนความยินยอม
(7) สิทธิในการให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจากบริษัท และขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น หรือขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทส่งหรือโอนไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น
(8) สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เพื่อปฎิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรืออำนาจรัฐตามที่บริษัทได้รับมอบหมาย เพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง หรือเพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ
10.การจัดการคุกกี้
บริษัทอาจใช้คุกกี้เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน เช่น หน้าที่เข้าชม ระยะเวลาการใช้งาน และข้อมูลการใช้งานอื่นๆ เพื่อนำมาวิเคราะห์ ปรับปรุงประสิทธิภาพการให้บริการ และพัฒนาประสบการณ์การใช้งานของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถตั้งค่าเบราว์เซอร์เพื่อปฏิเสธการใช้คุกกี้ได้
11.ระยะเวลาดำเนินการ
บริษัทให้ความสำคัญกับสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และจะดำเนินการพิจารณาคำขอเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอและข้อมูลประกอบครบถ้วน ทั้งนี้ หากมีเหตุจำเป็นที่อาจทำให้การดำเนินการใช้เวลานานกว่าที่กำหนด บริษัทจะแจ้งความคืบหน้าและเหตุผลให้ท่านทราบตามความเหมาะสม
12.วิธีการติดต่อ
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล |
| ||
บริษัท เป็นต่อ แคปปิตอล จำกัด |
| ||
|
| ||
ที่อยู่ : | เลขที่ 199 อาคารเอส โอเอซิส ห้องเลขที่ 1906, 1907, 1908 ชั้น 19 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 | ||
โทรศัพท์ : | 02 279 5596 | ||
E – Mail | |||
เว็บไซต์ : | |||
- การเปลี่ยนแปลงนโยบาย
บริษัทอาจทำการทบทวนและปรับปรุงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้เป็นระยะ เพื่อให้สอดคล้อง กับกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง หรือเมื่อมีความจำเป็นต่อการดำเนินงานของบริษัท ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายดังกล่าว บริษัทจะแจ้งให้ทราบผ่านช่องทางเว็บไซต์ของบริษัท