นโยบายการแจ้งเบาะแสการกระทำผิด
นโยบายการแจ้งเบาะแสการกระทำผิด (Whistle Blowing Policy)
บริษัทมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม โดยยึดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี จรรยาบรรณธุรกิจของบริษัท และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันการทุจริตและการกระทำผิดที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท
บริษัทจึงกำหนดนโยบายการแจ้งเบาะแสการกระทำผิด พร้อมจัดให้มีช่องทางการแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียนที่เหมาะสมและเป็นความลับ เพื่อเปิดโอกาสให้ บุคลากรของบริษัท ผู้มีส่วนได้เสีย ลูกค้า และบุคคลภายนอก สามารถแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำผิด การทุจริต การฝ่าฝืนกฎหมาย ระเบียบ นโยบาย จรรยาบรรณของบริษัท กฎเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแล รวมถึงการให้หรือรับสินบนและการคอร์รัปชัน
บริษัทจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นอิสระและเป็นธรรม รักษาความลับของข้อมูล พร้อมให้ความคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสและผู้ให้ข้อมูลโดยสุจริต เพื่อป้องกันและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และส่งเสริมการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล
ช่องทางในการแจ้งเบาะแส การกระทำผิด
ผู้แจ้งเบาะแสสามารถแจ้งเบาะแสการกระทำผิดผ่านช่องทาง ต่อไปนี้
E-Mail ส่งถึง คณะกรรมการตรวจสอบ
ไปรษณีย์
ระบุจ่าหน้าซอง
ส่งถึง | คณะกรรมการตรวจสอบ |
ที่อยู่ | บริษัท เป็นต่อ แคปปิตอล จำกัด |
เลขที่ 199 อาคารเอส โอเอซิส ห้องเลขที่ 1905 – 1908 ชั้น 19 | |
ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 | |
โทร. 02 279 5596 |
การให้ความคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสและบุคคลที่เกี่ยวข้อง
ผู้ได้รับความคุ้มครอง
บริษัทให้ความคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส พยาน ผู้ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริง และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแจ้งข้อมูลหรือให้ความร่วมมือโดยสุจริต บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงหรือเหตุอันควรเชื่อ โดยจะไม่ถูกตอบโต้ กลั่นแกล้ง หรือได้รับผลกระทบที่ไม่เป็นธรรมอันเนื่องมาจากการแจ้งเบาะแส ไม่ว่าผลการตรวจสอบจะปรากฏว่าเรื่องที่แจ้งมีมูลหรือไม่ ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการคุ้มครองสิทธิของบุคคลดังกล่าวตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
การห้ามตอบโต้ผู้ได้รับความคุ้มครอง
ห้ามมิให้บุคคลใดตอบโต้ ข่มขู่ กลั่นแกล้ง คุกคาม หรือปฏิบัติต่อผู้ได้รับความคุ้มครองโดยไม่เป็นธรรม ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เช่น การลดตำแหน่ง การเปลี่ยนแปลงหน้าที่หรือสภาพการจ้าง การย้ายสถานที่ปฏิบัติงาน การพักงาน การเลิกจ้าง หรือการลดสิทธิประโยชน์โดยไม่มีเหตุอันสมควร ที่อาจเป็นการฝ่าฝืนหลักการคุ้มครองลูกจ้างตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ทั้งนี้ ผู้กระทำการดังกล่าวอาจได้รับการพิจารณาทางวินัย และ/หรือรับผิดตามกฎหมาย
การคุ้มครองกรณีที่ผู้ถูกร้องเรียนเป็นผู้บริหารระดับสูงหรือผู้มีผลประโยชน์ทับซ้อน
กรณีผู้ถูกร้องเรียนเป็นผู้บริหารระดับสูง หรือบุคคลที่อาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับเรื่องที่ได้รับแจ้ง บริษัทจะกำหนดให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงดำเนินการโดยผู้ที่มีความเป็นอิสระ ปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อน และอาจกำหนดมาตรการคุ้มครองเพิ่มเติมตามความเหมาะสมของแต่ละกรณี
การรักษาความลับ
บริษัทจะรักษาข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแส พยาน ผู้ถูกร้องเรียน และบุคคลที่เกี่ยวข้องไว้เป็นความลับ โดยจำกัดการเข้าถึงเฉพาะผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวแก่บุคคลภายนอก เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนด หรือเป็นการเปิดเผยต่อหน่วยงานของรัฐหรือศาลที่มีอำนาจตามกฎหมาย ทั้งนี้ ผู้ที่นำข้อมูลไปเปิดเผยโดยมิชอบอาจต้องรับผิดตามกฎหมายและระเบียบของบริษัท
การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
การเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการแจ้งเบาะแสและการตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยผู้ที่เกี่ยวข้องต้องรักษาข้อมูล เอกสาร และพยานหลักฐานไว้เป็นความลับ และไม่นำไปใช้หรือเปิดเผยเพื่อวัตถุประสงค์อื่น เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล หรือเป็นกรณีที่กฎหมายกำหนด
การคุ้มครองผู้ปฏิเสธการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือจริยธรรม
บริษัทจะไม่ลดตำแหน่ง ลงโทษ หรือก่อให้เกิดผลกระทบในทางลบต่อบุคลากรที่ปฏิเสธการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ จรรยาบรรณธุรกิจ หรือนโยบายของบริษัท รวมถึงการทุจริตหรือการคอร์รัปชัน แม้ว่าการปฏิเสธดังกล่าวอาจส่งผลให้บริษัทสูญเสียโอกาสทางธุรกิจก็ตาม
แจ้งข้อร้องเรียน
แนะนำและติชม หรือแจ้งข้อร้องเรียน การบริการและผลิตภัณฑ์
บริษัทให้ความสำคัญกับเสียงสะท้อนและข้อร้องเรียนจากลูกค้าทุกท่าน โดยถือเป็นข้อมูลสำคัญในการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการให้บริการสินเชื่อ ระบบงาน การดำเนินงาน พฤติกรรมของพนักงาน หรืออื่น ๆ ให้ดียิ่งขึ้น บริษัทมุ่งมั่นที่จะดำเนินการตรวจสอบข้อร้องเรียนอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และให้ความเป็นกลาง เพื่อให้ลูกค้าได้รับความเป็นธรรมและความพึงพอใจในการรับบริการอย่างสูงสุด
หากลูกค้าพบปัญหา ข้อขัดข้อง ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการใช้บริการของบริษัท หรือมีข้อเสนอแนะ สามารถแจ้งเรื่องผ่านช่องทาง ดังต่อไปนี้
CALL CENTER
บริษัท เป็นต่อ แคปปิตอล จำกัด
02 279 5596
ไปรษณีย์
จ่าหน้าซอง และนำส่งมาที่
ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์
บริษัท เป็นต่อ แคปปิตอล จำกัด
เลขที่ 199 อาคารเอส โอเอซิส ชั้น 19
ยูนิต 1906-1908 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล
เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทร. 02 279 5596
CALL CENTER
บริษัท เป็นต่อ แคปปิตอล จำกัด
02 279 5596
ไปรษณีย์
จ่าหน้าซอง และนำส่งมาที่
ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์
บริษัท เป็นต่อ แคปปิตอล จำกัด
เลขที่ 199 อาคารเอส โอเอซิส ชั้น 19
ยูนิต 1906-1908 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล
เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทร. 02 279 5596
รายละเอียดของข้อร้องเรียนต้องมีความเป็นจริง ชัดเจน และเพียงพอที่จะใช้เป็นข้อมูลประกอบการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้บริษัทสามารถดำเนินการตรวจสอบและพิจารณาได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรม ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการจะขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของเรื่องร้องเรียน ความครบถ้วนของข้อมูลและเอกสารหลักฐานที่ผู้ร้องเรียนจัดส่ง รวมถึงเอกสารหรือคำชี้แจงจากผู้ที่ถูกร้องเรียน ในกรณีที่ตรวจสอบแล้วพบว่าผู้ร้องเรียนได้รับความเสียหาย บริษัทจะดำเนินการบรรเทาความเสียหายดังกล่าวด้วยกระบวนการที่เหมาะสม โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า
ผู้รับข้อร้องเรียนและผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง ต้องเก็บรักษาข้อมูลที่ได้รับจากการร้องเรียนเป็นความลับ และจะเปิดเผยข้อมูลเฉพาะเท่าที่จำเป็น โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ร้องเรียน หรือผู้ให้ข้อมูลในกระบวนการตรวจสอบ ทั้งนี้ บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างเคร่งครัด และจะไม่เปิดเผยชื่อหรือข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ร้องเรียนต่อสาธารณชน เว้นแต่เป็นการเปิดเผยตามหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด หรือได้รับความยินยอมจากผู้ร้องเรียนโดยชัดแจ้ง
ผู้ร้องเรียนพึงปฏิบัติด้วยความสุจริตใจ และไม่แจ้งเรื่องร้องเรียนโดยมีเจตนากลั่นแกล้งองค์กรหรือบุคคลอื่น หากปรากฏว่าการร้องเรียนหรือการให้ข้อมูลเป็นเท็จ ไม่มีมูลความจริง หรือมีเจตนาทุจริต บริษัทจะดำเนินการตามกระบวนการทางวินัยของบริษัท หรือดำเนินการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องตามความเหมาะสม