PENTOR CAPITAL

นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV)

         บริษัท เป็นต่อ แคปปิตอล จำกัด (“บริษัท”) ตระหนักและให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและสิทธิในความเป็นส่วนตัวของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจึงจัดทำนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ฉบับนี้ขึ้น เพื่อกำหนดแนวทางและสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับจากระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด รวมถึงหลักเกณฑ์และแนวทางที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลดังกล่าว

        บริษัทจะดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลผ่านระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดเท่าที่จำเป็นและเหมาะสม     โดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์ในการใช้งาน ความมั่นคงปลอดภัย ตลอดจนสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสำคัญ พร้อมทั้งจัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวจะเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมถึงกฎหมาย กฎ ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

 

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อกำหนดแนวทางในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจากระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดให้เป็นไปตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
  2. เพื่อรักษาความปลอดภัยของชีวิต ร่างกาย อาคาร สถานที่ พื้นที่ ระบบ และทรัพย์สินของบริษัท รวมถึงป้องกันและตรวจสอบเหตุการณ์ผิดปกติหรือการกระทำผิด
  3. เพื่อกำหนดมาตรการในการคุ้มครองและรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลจากระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ตลอดกระบวนการจัดเก็บ เข้าถึง ใช้ และเปิดเผยข้อมูล
  4. เพื่อคุ้มครองสิทธิและความเป็นส่วนตัวของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และสร้างความโปร่งใสในการประมวลผลข้อมูลผ่านระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด

 

ขอบเขตการบังคับใช้

        นโยบายฉบับนี้ใช้บังคับกับการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้จากระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ภายในอาคาร สถานที่ และพื้นที่ภายใต้การดูแลของบริษัท โดยครอบคลุมถึงผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง ผู้รับจ้าง ผู้มาติดต่อ และบุคคลอื่นที่เข้ามาหรือปรากฏอยู่ในพื้นที่ที่มีการติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดของบริษัท

 

คำจำกัดความ

        “บริษัท” หมายถึง บริษัท เป็นต่อ แคปปิตอล จำกัด

        “ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือโดยอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ 

        “ระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด” หรือ “CCTV” หมายถึง ระบบ อุปกรณ์ หรือเทคโนโลยีที่บริษัทใช้เพื่อการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ หรือบันทึกข้อมูลภายในพื้นที่ที่บริษัทกำหนด ซึ่งอาจสามารถบันทึกภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง หรือข้อมูลอื่นตามลักษณะและความสามารถของระบบหรืออุปกรณ์ที่นำมาใช้

        “ข้อมูลจากระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้จากการทำงานของระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ซึ่งรวมถึง ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง ภาพสิ่งของหรือทรัพย์สิน รวมถึงข้อมูลอื่นใดที่สามารถเชื่อมโยงหรือระบุตัวบุคคลได้จากข้อมูลที่ถูกบันทึก

 

ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย

        บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บันทึกจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เมื่อท่านเข้ามาหรือปรากฏอยู่ภายในพื้นที่และบริเวณโดยรอบ ที่มีการติดตั้งระบบดังกล่าว โดยข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม ได้แก่ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง ภาพสิ่งของหรือทรัพย์สินของท่าน รวมถึงข้อมูลอื่นใดที่สามารถเชื่อมโยงหรือระบุตัวบุคคลได้จากข้อมูลที่ถูกบันทึก

        บริษัทจะดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นและเหมาะสมตามวัตถุประสงค์ในการใช้ระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ทั้งนี้ ประเภทและลักษณะของข้อมูลที่มีการบันทึกอาจแตกต่างกันตามพื้นที่ติดตั้ง ลักษณะการใช้งาน และความสามารถของระบบหรืออุปกรณ์ที่บริษัทนำมาใช้

 

ช่องทางการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

        บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่บริษัทติดตั้งหรือใช้งานภายในพื้นที่สำนักงาน หรือพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การครอบครอง ใช้งาน หรือการบริหารจัดการของบริษัท (“พื้นที่ของบริษัท”)

        บริษัทจะติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่จุดสำคัญภายในอาคาร สถานที่ และ/หรือพื้นที่ของบริษัท ยกเว้นบางพื้นที่ เช่น ห้องสุขา เป็นต้น โดยกล้องโทรทัศน์วงจรปิดของบริษัทจะทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ยกเว้นในกรณีที่อุปกรณ์ / ระบบ เกิดความขัดข้อง และ/หรือต้องทำการซ่อมบำรุง บริษัทจะแสดงป้ายเตือนในบริเวณที่มีการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดให้ท่านทราบ

 

วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

        บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยอาศัยฐานทางกฎหมายแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เท่าที่จำเป็นภายใต้วัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมายของบริษัท เช่น เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทหรือของบุคคลภายนอก เพื่อดำเนินการตามความยินยอมที่ได้รับ และ/หรือเพื่อดำเนินการภายใต้ฐานทางกฎหมายอื่น ๆ สำหรับวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

  • เพื่อความปลอดภัยของชีวิต ร่างกาย สุขภาพอนามัย รวมไปถึงทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน

        (2) เพื่อรักษาความปลอดภัยของอาคาร สถานที่ พื้นที่ ระบบ และทรัพย์สินของบริษัท รวมถึงการตรวจสอบและควบคุมการ เข้า-ออก พื้นที่

        (3) เพื่อป้องกัน ตรวจสอบ และสืบสวนการทุจริต การโจรกรรม การบุกรุก อาชญากรรม การประพฤติมิชอบ หรือเหตุการณ์ผิดปกติ

        (4) เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบข้อร้องเรียน การแจ้งเบาะแส การระงับข้อพิพาท และการดำเนินการทางวินัยที่เกี่ยวข้อง

        (5) เพื่อใช้เป็นหลักฐานหรือสนับสนุนการดำเนินคดี การสอบสวน และการดำเนินการตามกฎหมาย รวมถึงการให้ความร่วมมือแก่ศาล หน่วยงานของรัฐ หรือผู้มีอำนาจตามกฎหมาย

        (6) เพื่อปกป้องสิทธิและประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทและบุคคลที่เกี่ยวข้อง

 

การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

        บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้จากระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดไว้เป็นความลับ และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวแก่บุคคลภายนอก เว้นแต่เป็นกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบายฉบับนี้ เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือเพื่อปฏิบัติตามหน้าที่และข้อกำหนดตามกฎหมาย โดยบริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือหน่วยงาน ดังต่อไปนี้

        (1) หน่วยงานภาครัฐ ศาล หน่วยงานกำกับดูแล หรือผู้มีอำนาจตามกฎหมาย

            บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย หรือคำร้องขอที่ชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงเพื่อให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ สืบสวน สอบสวน การป้องกันหรือปราบปรามการกระทำผิด และการดำเนินกระบวนการทางกฎหมาย รวมถึงการฟ้องร้องทางแพ่งหรือทางอาญาที่เกี่ยวข้อง

  • ผู้ให้บริการ ผู้รับจ้าง หรือตัวแทนของบริษัท

            บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลภายนอกที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินงานหรือให้บริการแก่บริษัท เช่น ผู้ให้บริการด้านการรักษาความปลอดภัย ผู้ให้บริการติดตั้ง ดูแล ซ่อมบำรุง หรือบริหารจัดการระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ตลอดจนผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศหรือบริการอื่นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัท โดยบุคคลดังกล่าวจะสามารถเข้าถึงหรือใช้ข้อมูลได้เฉพาะเท่าที่จำเป็นภายใต้ขอบเขตหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

        (3) ที่ปรึกษา ผู้ตรวจสอบ และผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง

            บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่ที่ปรึกษาทางกฎหมาย ผู้สอบบัญชี ผู้ตรวจสอบ ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อการตรวจสอบข้อเท็จจริง การให้คำปรึกษา การพิจารณาข้อร้องเรียน การระงับข้อพิพาท การดำเนินคดี หรือการก่อตั้ง ใช้ หรือปกป้องสิทธิเรียกร้องหรือสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมาย

        (4) บุคคลหรือหน่วยงานอื่นที่มีความจำเป็นต้องได้รับข้อมูล

            บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือหน่วยงานอื่น เมื่อมีความจำเป็นและเกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในนโยบายฉบับนี้ หรือเมื่อมีกฎหมายอนุญาตหรือกำหนดให้บริษัทดำเนินการได้

        ในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะดำเนินการเฉพาะเท่าที่จำเป็นและเหมาะสมตามวัตถุประสงค์ และ   จะจัดให้มีมาตรการควบคุมและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม รวมถึงกำหนดให้ผู้ที่ได้รับข้อมูลดังกล่าวรักษาความลับและใช้ข้อมูลภายใต้ขอบเขตที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

        บริษัทจะดำเนินการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้จากระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ภายในราชอาณาจักรไทยเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีความจำเป็น บริษัทอาจส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ เช่น การใช้บริการของผู้ให้บริการ ผู้ให้บริการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือผู้ให้บริการจัดเก็บข้อมูลที่มีระบบหรือโครงสร้างพื้นฐานตั้งอยู่นอกประเทศไทย ทั้งนี้ เท่าที่จำเป็นและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในนโยบายฉบับนี้

        ในกรณีที่มีการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ บริษัทจะดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงกฎหมาย ประกาศ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทจะพิจารณาถึงมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศปลายทาง และจัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสมตามที่กฎหมายกำหนด

        กรณีที่ประเทศปลายทางมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอ บริษัทจะดูแลให้มั่นใจว่าการส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และจะดำเนินการให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เห็นว่าจำเป็น และเหมาะสมสอดคล้องกับมาตรฐานการรักษาความลับ เช่น มีข้อตกลงกับผู้รับข้อมูลในประเทศดังกล่าวเพื่อยืนยันว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับการคุ้มครองภายใต้มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เทียบเท่ากับประเทศไทย

 

ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

        บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้จากระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดเท่าที่จำเป็นและเหมาะสมตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในนโยบายฉบับนี้ โดยมีกำหนดระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน นับแต่วันที่ท่านเข้าอาคาร สถานที่ หรือพื้นที่ของบริษัท เว้นแต่มีเหตุจำเป็นตามกฎหมาย หรืออยู่ระหว่างการดำเนินการทางศาล การสอบสวน หรือการดำเนินการทางวินัย ซึ่งบริษัทอาจเก็บรักษาข้อมูลไว้จนกว่าการดำเนินการดังกล่าวจะสิ้นสุด รวมถึงระยะเวลาที่จำเป็นสำหรับการอุทธรณ์ หรือเป็นไปตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

        ทั้งนี้ เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาหรือหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าว บริษัทจะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ตามความเหมาะสมและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

 

มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

        บริษัทจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมสำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมผ่านระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง เก็บรวบรวม ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข เปิดเผย หรือการดำเนินการใด ๆ กับข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือโดยมิชอบ รวมถึงเพื่อรักษาเป็นความลับ ความถูกต้องครบถ้วน และความพร้อมใช้งานของข้อมูลตามความเหมาะสม

        บริษัทจะดำเนินการควบคุมและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยอาจจัดให้มีมาตรการที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้

  1. การควบคุมการเข้าถึงข้อมูล

            บริษัทจะจำกัดสิทธิในการเข้าถึง เรียกดู ใช้ คัดลอก หรือดำเนินการกับข้อมูลจากระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดเฉพาะบุคคลที่ได้รับอนุญาตหรือมีหน้าที่เกี่ยวข้อง และเท่าที่จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้

  1. การควบคุมการใช้งานและการเปิดเผยข้อมูล

            บริษัทจะกำหนดแนวทางในการใช้ ส่งต่อ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงป้องกันมิให้มีการนำข้อมูลไปใช้ในลักษณะที่ไม่เหมาะสมหรือเกินขอบเขตที่กำหนด

  1. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบและอุปกรณ์

            บริษัทจะจัดให้มีมาตรการด้านการบริหารจัดการด้านเทคนิค และด้านกายภาพตามความเหมาะสม เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบ อุปกรณ์ และสื่อที่ใช้ในการจัดเก็บหรือประมวลผลข้อมูลจากระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด

  1. การกำกับดูแลบุคคลที่เกี่ยวข้อง

            บริษัทจะกำหนดให้ผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง ผู้รับจ้าง ผู้ให้บริการ ที่ปรึกษา หรือบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล มีหน้าที่รักษาความลับและปฏิบัติตามมาตรการ นโยบาย ระเบียบ และแนวปฏิบัติด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความมั่นคงปลอดภัยของบริษัท

        ทั้งนี้ การดำเนินการด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลจะเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กฎหมายและหลักเกณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงนโยบายความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ มาตรฐาน ระเบียบ และแนวปฏิบัติภายในที่บริษัทกำหนด

 

สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

        ท่านมีสิทธิในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทจะเคารพสิทธิของท่าน และจะดำเนินตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ และกฎละเบียบที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลของท่านอย่างเหมาะสม

 

        รายละเอียดของสิทธิของท่านเป็นไปตามที่ระบุ ดังต่อไปนี้

 

        สิทธิในการเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล

            ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท

        สิทธิในการขอรับหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล

            ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานได้โดยทั่วไปด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานโดยอัตโนมัติ และเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

        สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

            ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในกรณีที่บริษัทอาศัยฐานทางกฎหมายที่กฎหมายกำหนดให้สามารถใช้สิทธิคัดค้านได้

        สิทธิในการขอลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้

            ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ เมื่อเข้าเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด

        สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

            ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีและตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

        สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล

            ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทดำเนินการให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

        สิทธิในการถอนความยินยอม

            ในกรณีที่บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยอาศัยความยินยอม ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ การถอนความยินยอมจะไม่กระทบต่อความชอบด้วยกฎหมายของการประมวลผลที่ได้ดำเนินการไปก่อนการถอนความยินยอม

        สิทธิในการร้องเรียน

            ท่านสามารถต่อต่อบริษัทเพื่อร้องเรียน หากเห็นว่าการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายกำหนด

 

        การใช้สิทธิของท่านอาจอยู่ภายใต้ข้อจำกัดหรือข้อยกเว้นตามกฎหมาย และบริษัทอาจปฏิเสธคำขอได้ในกรณีที่มีกฎหมายให้อำนาจหรือกำหนดไว้ เช่น เมื่อมีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่งของศาล หรือเมื่อการดำเนินการตามคำขออาจกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ทั้งนี้ หากบริษัทไม่สามารถดำเนินการตามคำขอของท่านได้ บริษัทจะแจ้งเหตุผลตามที่กฎหมายกำหนด

        ท่านสามารถยื่นคำขอใช้สิทธิผ่านช่องทางการติดต่อที่กำหนดไว้ในนโยบายฉบับนี้ โดยบริษัทอาจตรวจสอบและยืนยันตัวตน รวมถึงขอข้อมูลหรือเอกสารเพิ่มเติมเท่าที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาคำขอ และจะดำเนินการพิจารณาคำขอเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอและข้อมูลประกอบครบถ้วน ทั้งนี้ หากมีเหตุจำเป็นที่อาจทำให้การดำเนินการใช้เวลานานกว่าที่กำหนด บริษัทจะแจ้งความคืบหน้าและเหตุผลให้ท่านทราบตามความเหมาะสม

 

ช่องทางการติดต่อ

        หากท่านมีข้อสงสัย ข้อเสนอแนะ หรือต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลผ่านระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด รวมถึงการใช้สิทธิในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามนโยบายฉบับนี้ ท่านสามารถติดต่อบริษัทหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทผ่านช่องทาง ดังต่อไปนี้

 

            E-Mail ส่งถึง เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

                    [email protected]

 

            ไปรษณีย์

                ระบุจ่าหน้าซอง

ส่งถึง

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ที่อยู่

บริษัท เป็นต่อ แคปปิตอล จำกัด

 

เลขที่ 199 อาคารเอส โอเอซิส ห้องเลขที่ 1905 – 1908 ชั้น 19

 

ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

 

โทร. 02 279 5596

       

 

การทบทวนและปรับปรุงนโยบาย

          บริษัทอาจทำการทบทวนและปรับปรุงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้เป็นระยะ เพื่อให้สอดคล้อง          กับกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง หรือเมื่อมีความจำเป็นต่อการดำเนินงานของบริษัท ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายดังกล่าว บริษัทจะแจ้งให้ทราบผ่านช่องทางเว็บไซต์ของบริษัท

We use cookies

We use cookies to improve your experience on this website. You may choose which types of cookies to allow and change your preferences at any time. Disabling cookies may impact your experience on this website. You can learn more by viewing our Cookie Policy.